มะระขี้นก สมุนไพรรักษาเบาหวาน

ผลมะระขี้นก

หลายคนคงเคยได้ยินสำนวน หวานเป็นลม ขมเป็นยา ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 “หวานเป็นลม ขมเป็นยา” หมายความว่า คำชมมักไร้สาระทำให้ลืมตัวขาดสติ แต่คำติมักเป็นประโยชน์ทำให้ได้คิด 

แต่หากต้องนึกถึงสมุนไพรอะไรที่ทานแล้วขม ก็จะต้องมี “มะระขี้นก” อยู่ในรายชื่อนั้นอย่างแน่นอน เราเคยสงสัยกันหรือไม่คะ ว่าอะไรที่ทำให้มะระขี้นก ถึงได้ขมจนหน้าเขียวได้ขนาดนี้ วันนี้ตาลได้ข้อมูลจากจุลสารข้อมูลสมุนไพร ปีที่ 33(3) ประจำเดือนเมษายน 2559 ที่ได้มีการพูดถึง สรรพคุณของมะระขี้นกที่สามารถรักษาเบาหวานได้ โดยในบทความนี้ ผู้อ่านจะสามารถทราบถึงสรรพคุณของมะระขี้นก ผลการศึกษาในผู้ป่วยเบาหวานที่ได้รับประทานมะระขี้นกอย่างต่อเนื่อง อาการข้างเคียงจากการรับประทานมะระขี้นก ใครบ้างที่ไม่ควรรับประทานมะระขี้นก ข้อควรระวัง และบทสรุปของมะระขี้นกกับการรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้เป็นปกติ  

มะระขี้นกที่เราเห็นว่ามีลักษณะผิวขรุขระ มีขนาดเล็ก และมีรูปร่างคล้ายกระสวย นั้นเป็นมะระสายพันธุ์ไทย ซึ่งจะมีขนาดที่เล็กกว่ามะระจีน และมีความขมมากกว่า 

มะระขี้นก นอกจากประเทศไทยที่นำมะระขี้นกมารักษาเบาหวานแล้ว ยังมีอีกหลายประเทศที่นำมาใช้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น อินเดีย ปากีสถาน อังกฤษ เม็กซิโก และซาอุดิอาระเบีย เป็นต้น

ในมะระขี้นก มีสารที่สำคัญอยู่หลายชนิดที่มีฤทธิ์ต้านเบาหวาน ได้แก่ charantin (10-13), polypeptide P (p-insulin) (14) และสารที่ทำให้มะระขี้นกมีความขม คือ สารกลุ่มคิวเคอร์บิตาซิน เช่น momordicosides, karaviloside และ momorcharaside (15)

ในการศึกษางานวิจัยทางคลินิกของมะระจีนและมะระขี้นกในการรักษาเบาหวานนั้นมีอยู่พอสมควร ทั้งที่เป็นการใช้ในผู้ป่วยเบาหวานที่ไม่ต้องพึ่งอินซูลินและคนปกติ 

การศึกษาในผู้ป่วยเบาหวาน

ส่วนที่ใช้ : ผล 

  • ดื่มน้ำคั้นจากผลมะระดิบ
  • ดื่มสารสกัดน้ำจากผลมะระดิบ
  • ผงผลมะระแห้ง
  • แคปซูลมะระ
  • ผงมะระแห้งสกัดเย็น
  • โปรตีนจากผลมะระ
  • เปรียบเทียบผลมะระกับยา metformin 
  • เปรียบเทียบผลมะระกับยา glibenclamide
  • เปรียบเทียบผลมะระกับยา rosiglitazone
  • เปรียบเทียบผลมะระกับสมุนไพรอื่น: ผงเมล็ดลูกซัด เมล็ดหว้า

 

ส่วนที่ใช้ : ใบและเมล็ด

การศึกษาในผู้ป่วยเบาหวานจำนวน 40 คน อายุเฉลี่ย 56 ปีขึ้นไป โดยแบ่งผู้ป่วยออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ได้รับยาเม็ดใบมะระแห้ง ขนาด 60, 80 และ 100 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม เพียงครั้งเดียว และกลุ่มที่ได้รับยาหลอก พบว่า กลุ่มที่ได้รับยาเม็ดใบมะระแห้งขนาด 100 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม มีระดับอินซูลินสูงขึ้นและมีระดับน้ำตาลในเลือดลดลงมากกว่ากลุ่มที่ได้รับยาในขนาด 60 และ 80 มิลลิกรัม และกลุ่มที่ได้รับยาหลอก และไม่พบอาการข้างเคียงที่เป็นอันตรายจากการรับประทานยาเม็ดใบมะระ นอกจากนี้ในการศึกษาของผู้ป่วยเบาหวานทั้งชนิดที่พึ่งและไม่พึ่งอินซูลิน จำนวน 20 คน พบว่า เมื่อผู้ป่วยได้รับประทานเมล็ดมะระดิบ พบว่ามีระดับน้ำตาลในเลือดลดลงทั้งสองกลุ่ม จากการศึกษานี้ จึงสรุปได้ว่าใบและเมล็ดดิบ มีผลลดน้ำตาลในเลือดได้เช่นเดียวกับผลมะระ แต่ยังมีการใช้น้อยกว่า และไม่ควรใช้เมล็ดสุกเนื่องจากมีพิษ

การศึกษาในคนปกติ

จากการทดลองให้อาสาสมัครที่มีสุขภาพดีจำนวน 15 คน อายุ  34-53 ปี รับประทานมะระในรูปแบบแคปซูล ขนาดเทียบเท่ากับผลสด 8 ผล/ วัน เป็นเวลา 1 สัปดาห์ เปรียบเทียบกับกลุ่มที่ได้รับยาหลอก พบว่ามะระมีฤทธิ์อย่างอ่อนในการลดระดับน้ำตาลในเลือด และการทดลองในอาสาสมัครที่มีน้ำหนักเกินจำนวน 5 คน อายุเฉลี่ย 34 ปี ให้รับประทานน้ำมะระคั้นจากผล ขนาด 50 และ 100 มิลลิกรัม ต่อกิโลกรัมของน้ำหนักตัว และกลุ่มที่ได้รับยาหลอก ก่อนได้รับกลูโคส 75 กรัม พบว่าน้ำคั้นจากมะระไม่มีผลต่อระดับน้ำตาลและระดับอินซูลินในเลือดพลังงานที่ใช้ไป และความอยากของอาสาสมัคร จากการศึกษาข้างต้น จึงสรุปได้ว่า การรับประทานมะระในคนปกติไม่มีผลหรือมีผลเล็กน้อยต่อระดับน้ำตาลในเลือด

อาการไม่พึงประสงค์ 

สำหรับผู้ป่วยบางรายที่รับประทานมะระขี้นก อาจมีอาการท้องเสีย ปวดท้องบริเวณใต้ลิ้นปี่ กระเพาะและลำไส้อักเสบ เจ็บหน้าอก และกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ และเป็นไข้

ข้อห้ามใช้

ไม่ควรให้เด็กเล็กรับประทาน เนื่องจากมีรายงานว่าเด็กเล็กอายุ 3 และ 4 ขวบ 2 รายที่ดื่มชาที่ทำจากใบและเถาของมะระในตอนเช้าก่อนรับประทานอาหารเช้าแล้วเกิดอาการชัก และหมดสติไม่รู้ตัว ทั้งนี้เนื่องจากมะระทำให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ หลังจากดื่มชา 1-2 ชั่วโมง

ข้อควรระวังสำหรับผู้ที่ทานมะระขี้นกรักษาเบาหวาน

คนท้องไม่ควรรับประทานมะระขี้นก เพราะอาจทำให้เกิดการแท้งได้

แม้จากผลการวิจัยในปัจจุบันจะยังไม่พบรายงานการเกิดพิษ แต่ก็มีข้อควรระวังในการใช้ เนื่องจากมีรายงานว่า สาร α – momocharin และ β – momocharin จากเมล็ดมะระมีฤทธิ์ทำให้หนูทดลองเกิดการแท้งได้ 

เนื่องจากมะระมีฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือด ดังนั้นผู้ที่รับประทานมะระขี้นกควรระมัดระวังในการใช้ร่วมกับยารักษาเบาหวาน เพราะอาจจะทำให้เสริมฤทธิ์กัน ทำให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำเกินไป

ไม่แนะนำให้ผู้ที่มีภาวะตับทำงานผิดปกติ หรือเป็นโรคตับรับประทานมะระ เนื่องจากพบว่าในผู้ป่วยบางรายมีค่าเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของตับสูงขึ้น

 

บทสรุปของการใช้มะระขี้นกรักษาเบาหวาน

แคปซูลมะระขี้นก
สั่งซื้อแคปซูลมะระขี้นก

จากบทความที่กล่าวมาข้างต้นเราจะเห็นถึงประโยชน์ของมะระขี้นก ที่สามารถนำมาใช้ในการรักษาเบาหวาน ซึ่งเราสามารถนำผลมะระขี้นกมาคั้นสด หรือสามารถใช้ในรูปแบบของสารสกัด น้ำคั้น หรือผงแห้ง และเนื่องจากการรับประทานมะระขี้นกมีความปลอดภัย เนื่องจากในปัจจุบันยังไม่พบผลข้างเคียงที่เป็นอันตราย แม้จะมีข้อควรระวังในผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ ผู้ที่มีค่าตับผิดปกติ ในเด็กเล็ก และในผู้ป่วยบางรายแล้วก็ตาม

ดังนั้นการรับประทานมะระหรือมะระขี้นก จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของผู้ที่ต้องการใช้ในการรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้เป็นปกติได้ โดยสามารถนำผลมะระขี้นกไปคั้นเป็นน้ำ หรือหากต้องการความสะดวกก็สามารถหาซื้อมะระขี้นกที่อยู่ในรูปแบบแคปซูล

ซึ่งทางร้านสยามบิวตี้ออนไลน์ ก็มี แคปซูลมะระขี้นก จำหน่ายเช่นกันค่ะ แคปซูลมะระขี้นก ตราเวชกรโอสถ ใช้เทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงโดยการสกัดเย็น สมุนไพรที่ได้จะถูกสกัดอยู่ในรูปที่สามารถดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย มีความเสถียรกว่าแคปซูลที่ใช้การผลิตที่ผ่านความร้อน เพราะการสกัดเย็นจะไม่ทำให้คุณค่าของสมุนไพรสูญสลายไป จึงเหมือนได้ทานมะระขี้นกจากผลสด โดยไม่ต้องกระอักกระอวนกับรสชาติที่ขม สามารถทานเพียงวันละ 2 แคปซูล ผู้ที่ทานแคปซูลมะระขี้นกอย่างต่อเนื่อง จะพบว่า ระดับน้ำตาลในเลือดลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ทางร้านจำหน่ายในราคากระปุกละ 550 บาท มีปริมาณ 60 แคปซูล ยาสมุนไพรทีอย. รับรอง 

แหล่งอ้างอิงข้อมูล
อรัญญา ศรีบุศราคัม. (2559). มะระ ความขมสยบ (เบา) หวาน. จุลสารข้อมูลสมุนไพรปีที่ 33(3), 2-10.

Don`t copy text!